วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

การเขียนโครงงาน

การเขียนโครงงาน

ขั้นตอนในการเขียนโครงการ
            1. ชื่อแผนงาน
            2. ชื่อโครงการ
            3. หลักการและเหตุผล
            4. วัตถุประสงค์
            5. เป้าหมาย
            6. วิธีดำเนินการ
            7. ระยะเวลาดำเนินการ
            8. งบประมาณ
            9. ผู้รับผิดชอบโครงการ
          10. หน่วยงานที่ให้การสนับสนุน
          11. การประเมินผล
          12. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
การวางแผนและการเขียนโครงการ
            ความหมายของการวางแผน มีผู้ให้คำจำกัดความของการวางแผนไว้หลายลักษณะ เช่น
            การวางแผน คือ การมองอนาคต การเล็งเห็นจุดดหมายที่ต้องการ การคาดปัญหาเหล่านั้นไว้ล่วงหน้าไว้อย่างถูกต้อง ตลอดจนการหาทางแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านั้น
            การวางแผน เป็นการใช้ความคิดมองจินตนาการตระเตรียมวิธีการต่างๆ เพื่อคัดเลือกทางที่ดีที่สุดทางหนึ่ง กำหนดเป้าหมายและวางหมายกำหนดการกระทำนั้น เพื่อให้สำเร็จลุล่วงไปตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้
            การวางแผน เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่เกี่ยวกับการกำหนดสิ่งที่จะกระทำในอนาคต การประเมินผลของสิ่งที่กำหนดว่าจะกระทำและกำหนดวิธีการที่จะนำไปใช้ในการปฏิบัติ
           ถ้าจะกล่าวโดยสรุป การวางแผนก็คือการคิดการหรือกะการไว้ล่วงหน้าว่าจะทำอะไร ทำไม
ทำที่ไหน เมื่อไร อย่างไร และไครทำ
            การวางแผนจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ
            - อนาคต
            - การตัดสินใจ
            - การปฏิบัติ
            ความสำคัญของการวางแผน            ถ้าจะเปรียบเทียบระบบการศึกษากับคน การวางแผนก็เปรียบเสมือนสมองของคน ซึ่งถ้ามองในลักษณะนี้แล้ว การวางแผนก็มีความสำคัญไม่น้อยทีเดียว เพราะถ้าสมองไม่ทำงานส่วนอื่นๆของร่างกาย เช่น แขน ขา ก็จะทำอะไรไม่ได้ หรือถ้าคนทำงานไม่ใช้สมอง คือทำงานแบบไม่มีหัวคิดก็ลองนึกภาพดูก็แล้วกันว่าจะเป็นอย่างไร คนทุกคนต้องใช้สมองจึงจะทำงานได้ ระบบการศึกษาหรือการจัดการศึกษาก็่เช่นเดียวกัน ต้องมีการวางแผน คือ อย่างน้อยต้องมีความคิด การเตรียมการว่าจะจัดการศึกษาเพื่ออะไร เพื่อใคร อย่างไร
           การวางแผนมีประโยชน์ในหลายเรื่องด้วยกัน เช่น
           1. การวางแผนเป็นเครื่องช่วยให้มีการตัดสินใจอย่างมีหลักเกณฑ์ เพราะได้มีการศึกษาสภาพเดิมในปัจจุบันแล้ว กำหนดสภาพใหม่ในอนาคต ซึ่งได้แก่การตั้งวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมาย แล้วหาลู่ทางที่จะทำให้สำเร็จตามที่มุ่งหวัง นักวางแผนมีหน้าที่จัดทำรายละเอียดของงานจัดลำดับความสำคัญพร้อมทั้งข้อเสนอแนะที่ควรจะเป็นต่างๆ เพื่อให้ผู้มีหน้าที่ตัดสินใจพิจารณา
            2. การวางแผนเป็นศูนย์กลางประสานงานเช่น ในการจัดการศึกษาเราสามารถใช้การวางแผนเพื่อประสานงานการศึกษาทุกระดับและทุกสาขาให้สอดคล้องกันได้

            3. การวางแผนทำให้การปฏิบัติงานต่างๆเป็นไปโดยประหยัดมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพราะการวางแผนเป็นการคิดและคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าและเสนอทางเลือกที่จะก่อให้เกิดผลที่ดีที่สุด

            4. การวางแผนเป็นเครื่องมือในการควบคุมงานของนักบริหารเพื่อติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงานของฝ่ายต่างๆให้เป็นไปตามนโยบายและเป้าหมายที่ต้องการ
            ประเภทของแผน
            เมื่อกล่าวมาถึงตอนนี้น่าจะพูดถึงประเภทของแผนเสียเล็กน้อยเพื่อความเข้าใจลักษณะของแผนแต่ละอย่าง ถ้าจะมองในแง่ของระยะเวลาอาจจะแบ่งแผนออกเป็น ประเภทใหญ่ๆดังนี้คือ
            1. แผนพัฒนาระยะยาว (10 - 20 ปี) กำหนดเค้าโครงกว้างๆ ว่าประเทศชาติของเราจะมีทิศทางพัฒนาไปอย่างไร ถ้าจะดึงเอารัฐธรรมนูญ และ/หรือแผนการศึกษาแห่งชาติมาเป็นแผนประเภทนี้ก็พอถูไถไปได้แต่ความจริงแผนพัฒนาระยะยาวของเราไม่มี
            2. แผนพัฒนาระยะกลาง (4 - 6 ปี) แบ่งช่วงของการพัฒนาออกเป็น ปี หรือ ปี หรือ ปี โดยคาดคะเนว่าในช่วง 4 - 6 ปี นี้ จะทำอะไรกันบ้าง จะมีโครงการพัฒนาอะไร จะงบประมาณใช้ทรัพยากรมากน้อยเพียงไร แผนดังกล่าวได้แก่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินั่นเองในส่วนของการศึกษาก็มีแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ(ไม่ใช่แผนการศึกษาแห่งชาติ)ในเรื่องของการเกษตรก็มีแผนพัฒนาเกษตร เป็นต้น
            3. แผนพัฒนาประจำปี (ปี) ความจริงในการจัดทำแผนพัฒนาระยะกลาง เช่น แผนพัฒนาการศึกษาได้มีการหนดรายละเอียดไว้เป็นรายปีอยู่แล้ว แต่เนื่องจากการจัดทำแผนพัฒนาระยะกลางได้จัดทำไว้ล่วงหน้า ข้อมูลหรือความต้องการที่เขียนไว้อาจไม่สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงในปัจจุบัน จึงต้องจัดทำแผนพัฒนาประจำปีขึ้น นอกจากนั้น วิธีการงบประมาณของเราไม่ใช้แผนพัฒนาระยะกลางขอตั้งงบประมาณประจำปี เพราะมีรายละเอียดน้อยไป แต่จะต้องใช้แผนพัฒนาประจำปี เป็นแผนขอเงิน
            4. แผนปฏิบัติการประจำปี 
(1 ปี) ในการขอตั้งงบประมาณตามแผนพัฒนาประจำปีในข้อ ปกติมักไม่ได้ตามที่กระทรวง ทบวง กรมต่างๆขอไป สำนักงบประมาณหรือคณะกรรมาธิการของรัฐสภามักจะตัดยอดเงินงบประมาณที่ส่วนราชการต่างๆขอไปตามความเหมาะสมและจำเป็นและสภาวการณ์การเงินงบประมาณของประเทศที่จะพึงมีภายหลังทีส่วนราชการต่างๆ ได้รับงบประมาณจริงๆแล้ว จำเป็นที่จะต้องปรับแผนพัฒนาประจำปีที่จัดทำขึ้นเพื่อขอเงินให้สอดคล้องกับเงินที่ได้รับอนุมัติ ซึ่งเรียกว่าแผนปฏิบัติการประจำปีขึ้น
            ความหมายของโครงการ
             พจนานกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายของคำโครงการว่า หมายถึง"แผนหรือเค้าโครงการตามที่กะกำหนดไว้"โครงการเป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่งในการวางแผนพัฒนาซึ่งช่วยให้เห็นภาพ และทิศทางการพัฒนา ขอบเขตของการที่สามารถติดตามและประเมินผลได้
            โครงการเกิดจากลักษณะความพยายามที่จะจัดกิจกรรม หรือดำเนินการให้บรรจุวัตถุประสงค์ เพื่อบรรเทาหรือลดหรือขจัดปัญหา และความต้องการทั้งในสภาวการณ์ปัจจุบันและอนาคต โครงการโดยทั้วไป สามารถแยกได้หลายประเภท เช่น โครงการเพื่อสนองความต้องการ โครงการ
พัฒนาทั่วๆไป โครงการตามนโยบายเร่งด่วน เป็นต้น
            องค์ประกอบของโครงการ  องค์ประกอบพื้นฐานในโครงการแต่ละโครงการนั้นควรจะมีดังนี้
            1.ชื่อแผนงาน 
เป็นการกำหนดชื่อให้ครอบคลุมโครงการเดียวหรือหลายโครงการที่มีลักษณะงานไปในทิศทางเดียวกันเพื่อแก้ไขปัญหาหรือสนองวัตถุประสงค์หลักที่กำหนดไว้
            2.ชื่อโครงการ ให้ระบุชื่อโครงการตามความเหมาะสม มีความหมายชัดเจนและเรียกเหมือนเดิมทุกครั้งจนกว่าโครงการจะแล้วเสร็จ
            3.หลักการและเหตุผล ใช้ชี้แจงรายละเอียดของปัญหาและความจำเป็นที่เกิดขึ้นที่จะต้องแก้ไข ตลอดจนชี้แจงถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการดำเนินงานตามโครงการและหากเป็นโครงการที่จะดำเนินการตามนโยบาย หรือสอดคล้องกับแผนจังหวัดหรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือแผนอื่น ๆ ก็ควรชี้แจงด้วย ทั้งนี้ผู้เขียนโครงการ
            บางท่านอาจจะเพิ่มเติมข้อความว่าถ้าไม่ทำโครงการดังกล่าวผลเสียหายโดยตรง หรือผลเสียหายในระยะยาวจะเป็นอย่างไร เพื่อให้ผู้อนุมัติโครงการได้เห็นประโยชน์ของโครงการกว้างขวางขึ้น
            4.วัตถุประสงค์
 เป็นการบอกให้ทราบว่า การดำเนินงานตามโครงการนั้นมีความต้องการให้อะไรเกิดขึ้น วัตถุประสงค์ที่ควรจะระบุไว้ควรเป็นวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ปฏิบัติได้และวัดและประเมินผลได้ ในระยะหลัง ๆ นี้นักเขียนโครงการที่มีผู้นิยมชมชอบมักจะเขียนวัตถุประสงค์เป็นวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม คือเขียนให้เป็นรูปธรรมมากกว่าเขียนเป็นนามธรรม  การทำโครงการหนึ่ง ๆ อาจจะมีวัตถุประสงค์มากกว่า ข้อได้ แต่ทั้งนี้การเขียนวัตถุประสงค์ไว้มาก ๆ อาจจะทำให้ผู้ปฏิบัติมองไม่ชัดเจน และอาจจะดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ไม่ได้ ดังนั้นจึงนิยมเขียนวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน-ปฏิบัติได้-วัดได้เพียง 1-3 ข้อ
            5.เป้าหมาย ให้ระบุว่าจะดำเนินการสิ่งใด โดยพยายามแสดงให้ปรากฏเป็นรูปตัวเลขหรือจำนวนที่จะทำได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด การระบุเป้าหมาย ระบุเป็นประเภทลักษณะและปริมาณ ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และความสามารถในการทำงานของผู้รับผิดชอบโครงการ
            6.วิธีดำเนินการหรือกิจกรรมหรือขั้นตอนการดำเนินงาน 
คืองานหรือภารกิจซึ่งจะต้องปฏิบัติในการดำเนินโครงการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ ในระยะการเตรียมโครงการจะรวบรวมกิจกรรมทุกอย่างไว้แล้วนำมาจัดลำดับว่าควรจะทำสิ่งใดก่อน-หลัง หรือพร้อม ๆ กัน แล้วเขียนไว้ตามลำดับ จนถึงขั้นตอนสุดท้ายที่ทำให้โครงการบรรลุวัตถุประสงค์
            7.ระยะเวลาการดำเนินงานโครงการ คือการระบุระยะเวลาตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนเสร็จสิ้นโครงการปัจจุบันนิยมระบุ วัน-เดือน-ปี ที่เริ่มต้นและเสร็จสิ้น การระบุจำนวน ความยาวของโครงการเช่น เดือน ปี โดยไม่ระบุเวลาเริ่มต้น-สิ้นสุด เป็นการกำหนดระยะเวลาที่ไม่สมบูรณ์
            8.งบประมาณ
 เป็นประมาณการค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นของโครงการ ซึ่งควรจำแนกรายการค่าใช้จ่ายได้อย่างชัดเจน งบประมาณอาจแยกออกได้เป็น ประเภท คือ
            - เงินงบประมาณแผ่นดิน
            - เงินกู้และเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ
            - เงินนอกงบประมาณอื่น ๆ เช่น เงินเอกชนหรือองค์การเอกชน เป็นต้น
            การระบุยอดงบประมาณ ควรระบุแหล่งที่มาของงบประมาณด้วย นอกจากนี้หัวข้อนี้สามารถระบุทรัพยากรอื่นที่ต้องการ เช่น คน วัสดุ ฯลฯ
            9. เจ้าของโครงการหรือผู้รับผิดชอบโครงการ เป็นการระบุเพื่อให้ทราบว่าหน่วยงานใดเป็นเจ้าของหรือรับผิดชอบโครงการ โครงการย่อย ๆ บางโครงการระบุเป็นชื่อบุคคลผู้รับผิดชอบเป็นรายโครงการได้
            10.หน่วยงานที่ให้การสนับสนุน 
เป็นการให้แนวทางแก่ผู้อนุมัติและผู้ปฏิบัติว่าในการดำเนินการโครงการนั้น ควรจะประสานงานและขอความร่วมมือกับหน่วยงานใดบ้าง เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
            11.การประเมินผล
 บอกแนวทางว่าการติดตามประเมินผลควรทำอย่างไรในระยะเวลาใดและใช้วิธีการอย่างไรจึงจะเหมาะสม ซึ่งผลของการประเมินสามารถนำมาพิจารณาประกอบการดำเนินการ เตรียมโครงการที่คล้ายคลึงหรือเกี่ยวข้องในเวลาต่อไป
            12.ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ เมื่อโครงการนั้นเสร็จสิ้นแล้ว จะเกิดผลอย่างไรบ้างใครเป็นผู้ได้รับเรื่องนี้สามารถเขียนทั้งผลประโยชน์โดยตรงและผลประโยชน์ในด้านผลกระทบของโครงการด้วยได้
            ลักษณะโครงการที่ดี  
โครงการที่ดีมีลักษณะดังนี้
            1. เป็นโครงการที่สามารถแก้ปัญหาของท้องถิ่นได้
            2. มีรายละเอียด เนื้อหาสาระครบถ้วน ชัดเจน และจำเพาะเจาะจง โดยสามารถตอบคำถามต่อไปนี้ได้คือ
        - โครงการอะไร = ชื่อโครงการ
        - ทำไมจึงต้องริเริ่มโครงการ = หลักการและเหตุผล
        - ทำเพื่ออะไร = วัตถุประสงค์
        - ปริมาณที่จะทำเท่าไร = เป้าหมาย
        - ทำอย่างไร = วิธีดำเนินการ
        - จะทำเมื่อไร นานเท่าใด = ระยะเวลาดำเนินการ
        - ใช้ทรัพยากรเท่าไรและได้มาจากไหน = งบประมาณ แหล่งที่มา
        - ใครทำ = ผู้รับผิดชอบโครงการ
        - ต้องประสานงานกับใคร = หน่วยงานที่ให้การสนับสนุน
        - บรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ = การประเมินผล
        - เมื่อเสร็จสิ้นโครงการแล้วจะได้อะไร = ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
            3. รายละเอียดของโครงการดังกล่าว ต้องมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน เช่น วัตถุประสงค์ต้องสอดคล้องกับหลักการและเหตุผล วิธีดำเนินการต้องเป็นทางที่ทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้ ฯลฯ เป็นต้น

            4. โครงการที่ริเริ่มขึ้นมาต้องมีผลอย่างน้อยที่สุดอย่างใดอย่างหนึ่งในหัวข้อต่อไปนี้
        - สนองตอบ สนับสนุนต่อนโยบายระดับจังหวัดหรือนโยบายส่วนรวมของประเทศ
        - ก่อให้เกิดการพัฒนาทั้งเฉพาะส่วนและการพัฒนาโดยส่วนรวมของประเทศ
        - แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ตรงจุดตรงประเด็น

            5. รายละเอียดในโครงการมีพอที่จะเป็นแนวทางให้ผู้อื่นอ่านแล้วเข้าใจ และสามารถดำเนินการตามโครงการได้

            6. เป็นโครงการที่ปฏิบัติได้และสามารถติดตามและประเมินผลได้

รูปแบบการเขียนโครงการ
ชื่อแผนงาน..................................................................................................................
ชื่อโครงการ..................................................................................................................
หลักการและเหตุผล
..................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................................................................................................
วัตถุประสงค์
.................................................................................................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................................................................................................
เป้าหมาย
................................................................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................................................................
วิธีดำเนินการ
..............................................................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................................................................
ระยะเวลาดำเนินการ
..............................................................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................................................................
งบประมาณ
..............................................................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................................................. 
ผู้รับผิดชอบโครงการ
..............................................................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................................................. 
หน่วยงานที่ให้การสนับสนุน
..............................................................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................................................................
การประเมินผล
..............................................................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................................................
ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
..............................................................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................................................

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ตัว 100 ขา หรือตัวสงกรานต์ไม่สามารถอยู่ในระบบประปาได้ เนื่องจาก

ตัวร้อยขา
 LIFESTYLE NOVEMBER 9, 2014

ตัวร้อยขา หรือ ตัวสงกรานต์ คืออะไรกันแน่ มาดูกัน!!

เป็นข่าวตกอกตกใจและเป็นเรื่องที่กำลังแชร์กันว่อนในโลกออนไลน์ตอนนี้ เกี่ยวกับการพบตัวร้อยขาสายพันธุ์ใหม่ที่ลำตัวเป็นสีน้ำเงิน แต่คงจะน่าตกใจมากไปกว่านั้น เพราะแหล่งที่ชาวบ้านพบนั้น พบว่ามันไหลออกมาจากก๊อกน้ำประปาที่บ้าน !!
ฟังแล้วก็น่าขนลุกไม่เบาเลยนะคะ ทีมงานจันทร์ไทยของเราเลยไปหาสาระความรู้เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ว่าแท้ที่จริงแล้ว ตัวร้อยขามันคืออะไร เกิดมาได้อย่างไร และเป็นอันตรายต่อมนุษย์อย่างไร
ตัวร้อยขา สีน้ำเงิน
ตัวร้อยขา สีน้ำเงิน
ตัวร้อยขา หรือ ตัวสงกรานต์ เป็นสัตว์จำพวกหนอนลำตัวมีปล้อง เหมือนกับปลิง ทางวิทยาศาสตร์จัดอยู่ใน Phylum : Annelida,Class : Polychaeta มีหลายชนิด เท่าที่พบในขณะนี้ มี 2 Family ได้แก่
- Sylidae พบที่ฉะเชิงเทรา
- Nereidae พบในกรุงเทพมหานคร
จะมีขนาดแตกต่างกันไป ตัวแก่จะมีขาตามปล้องสำหรับเคลื่อนไหวในน้ำ และคืบคลานในที่ชื้นแฉะหรือซอกมุมที่อับชื้น ลำตัวอาจมีความยาว ถึง 6 – 10 ซม.)
แหล่งพบ ตัวร้อยขา
แหล่งพบ ตัวร้อยขา
สถานทื่ ส่วนใหญ่จะพบในทะเล เขตน้ำกร่อย หรือปากแม่น้ำ คลองที่เชื่อมติดกับทะเล ตัวแก่บางชนิดสามารถมีชีวิตในน้ำจืดได้จะอยู่ก้นท้องน้ำโดยปกติจะพบตัวแก่จำนวนไม่มากนักในน้ำจืด จากการพลัดหลงเข้าไป แต่ตัว 100 ขา ไม่สามารถจะแพร่พันธุ์หรือผสมพันธุ์ได้ในน้ำจืด เนื่องจากสภาพตามธรรมชาติไม่อำนวย จากหลักฐานการศึกษาไม่เคยพบตัวอ่อนในน้ำจืด
ท่อระบายน้ำ พบตัวร้อยขา
ท่อระบายน้ำ พบตัวร้อยขา
สถานที่พบในกรุงเทพมหานคร
1. พลัดหลงมาตามแม่น้ำลำคลอง ตามกระแสน้ำขึ้น – ลง และในช่วงฝนตกน้ำล้นจากคลองไปตามสนาม หญ้า โรงรถซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของบ้านแล้วคืบคลานไปหาที่เย็น ๆ เปียกชื้น จึงมักพบได้ตามตุ่มน้ำ กะละมังที่มีน้ำขังหรือบริเวณที่มีตะไคร่น้ำเกาะ
2. ตามท่อระบายน้ำซึ่งมีทางออกสู่คูคลอง ตัว 100 ขา สามารถเข้าสู่ท่อระบายน้ำทิ้งจนถึงห้องน้ำได้ แล้วซุกตัวอยู่ตามซอกมุมที่อับชื้น

3. พบอยู่ในสายยางซึ่งวางไว้กับพื้นที่มีสภาพชื้นแฉะเพราะตัว 100 ขา ไม่สามารถทนความร้อน แสงแดดหรือแสงไฟได้ และต้องอยู่ในที่มีความชื้นสูง ต้องคืบคลานเข้าหาที่ทึบแสงและที่มีความชื้นอยู่เสมอ บางครั้งจะพบตัว 100 ขา ในภาชนะที่คว่ำอยู่บนพื้นเพื่อหลบแสงแดด เมื่อหงายภาชนะใส่น้ำประปาโดยไม่สังเกตจะพบตัว 100 ขา อยู่ในภาชนะนั้นก่อนแล้ว
plankton
อาหาร ตัว 100 ขา จะกินพวก plankton และสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในน้ำเป็นอาหารเพราะมีเขี้ยวมันจึงสามารถจัดกินสัตว์ตัวเล็ก ๆ เป็นอาหารได้ด้วย ในช่วงสืบพันธุ์จะกินอาหารน้อยมากและเกือบไม่กินเลย สัตว์ประเภทนี้มีความต้องการก๊าซออกซิเจนมากใน การดำรงชีวิตจึงมีผิวหนังและขาแบนบางใสเพื่อให้ก๊าซออกซิเจนในน้ำแพร่ผ่านได้ดี
การสืบพันธุ์ ตัวสงกรานต์จะอาศัยอยู่ตามผิวพื้นของทะเลเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ตัวแก่จะมาอยู่กันเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อให้ไขซึ่งจะอยู่ส่วนปลายของลำตัวจะหลุดออกมาผสมกับน้ำเชื้อตัวอ่อนจะล่องลอยไปกับกระแสน้ำ ตัวแก่จะตายไปเมื่อมีการผสมพันธุ์กันทุกครั้งหมุนเวียนไปอย่างนี้เรื่อยไป จะพบว่าในเดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีฝนตกซุกของทุกปีจะพบตัวสงกรานต์ได้มาก ที่สุดเนื่องจากเป็นฤดูช่วงผสมพันธุ์ของมัน
ระบบน้ำประปา
ระบบน้ำประปา
ตัว 100 ขา หรือตัวสงกรานต์ไม่สามารถอยู่ในระบบประปาได้ เนื่องจาก
1. บ่อกรองน้ำประกอบด้วยชั้นถ่านและชั้นหินเอนทราไซด์ ขนาด 0.85 มม. หนา 80 ซม. และทรายขนาด 0.6 มม. หนา 40 ซม. มีประสิทธิภาพกรองของสารหรือสิ่งมีชีวิต ขนาด 0.2 ไมครอน
(1 ไมครอน = 0.001 มม.) ได้ ไข่ของตัว 100 ขามีขนาดใหญ่ถึง 100 – 200 ไมครอน จึงไม่สามารถผ่านบ่อกรองน้ำได้อย่างแน่นอน
2. ในระบบเส้นท่อจ่ายน้ำ ถ้าตัว 100 ขา หรือไข่เกิดพลัดหลงเข้าไปด้วยสาเหตุใดก็แล้วก็ไม่สามารถจะดำรงชีวิตอยู่ได้เนื่องจากคลอรีนและแรงดันในน้ำประปาทำลายโครงสร้างลำตัว และผิวหนังที่บอบบาง จากการทดลองกับตัว 100 ขา ตัวขนาด 6 ซม. ถ้ามีคลอรีนเพียง 0.5 มิลลิกรัม/ลิตร จะตายภายใน 30-40 นาที (ในสภาพไม่มีแรงดันน้ำ)
- ไข่และตัวอ่อนไม่สามารถแพร่พันธุ์ได้ในสภาวะที่มีคลอรีน และแรงดันภายในเส้นท่อ และจากวงจรชีวิตของมัน ตัว 100 ขา ต้องใช้เวลานานถึง 20 วัน จึงเป็นตัวอ่อน
อันตรายต่อมนุษย์
จากเอกสารอ้างอิงต่าง ๆ พบว่าสิ่งมีชีวิตในกลุ่มตัว 100 ขา หรือตัวสงกรานต์ไม่สร้างมลพิษและอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงเขี้ยวและลำตัวไม่ก่อให้เกิดมลพิษแต่อย่างใด ไม่ทำให้เกิดอันตรายหรือเกิดผื่นคันหรือเป็นพิษใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากตัว 100 ขา เป็นสัตว์ที่เห็นแล้วน่ารังเกียจ